ต่างชาติจุดพลุตะลุยหุ้นไทย

ที่มา นสพ. :ไทยรัฐ

12 ตุลาคม 2550

           ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 11 ต.ค.ว่า มีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่อย่างหนาแน่น ดันดัชนีหุ้นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง โดยระหว่างวันขึ้นไปสูงสุดที่ 891.27 จุด ก่อนมาปิดทำการที่ 889.06 จุด เพิ่มขึ้น 13.96 จุด ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 11 ปี นับจากวิกฤติเศรษฐกิจ ขณะที่มีมูลค่าการซื้อขาย 33,920.76 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,838.82 ล้านบาท ทั้งนี้ในรอบสัปดาห์นี้ ต่างชาติได้เข้ามาซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วันทำการรวมทั้งสิ้น 7,530.38 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น 36.73 จุด 

นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธนาคารเจพีมอร์แกน และบริษัทหลักทรัพย์ เจพี มอร์แกน กล่าวว่า เงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติได้เริ่มไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียและไทยได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว หลังจากไหลกลับออกไป เพราะเกิดปัญหาวิกฤติซับไพร์มในสหรัฐฯในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่ที่เป็นรัฐบาลผสม ซึ่งจะต้องมีการผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่างๆ รวมทั้งโครงการลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอนับตั้งแต่เกิดปฏิวัติ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนหลายแสนล้าน ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปีหน้าให้เติบโตได้ดี รวมทั้งยังคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีหน้าจะโตได้ถึง 22%

“เจพีมอร์แกนยังมองว่า เงินทุนหรือ Fund flow จากต่างชาติจะยังไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยในช่วงคริสต์มาส หากไม่มีสถานการณ์อะไรภายในประเทศที่เป็นในแง่ลบ เชื่อว่าเงินทุนจะไหลเข้ามาจนถึงกลางปีหน้า” 

ส่วนงานสัมมนา เรื่อง “จัดพอร์ตโกยกำไร...รับเลือกตั้ง”  จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.นั้น นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า คาดว่าดัชนีหุ้นไทยช่วงนี้ยังปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง หลังมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศยังไหลเข้ามาลงทุน โดยก่อนที่จะรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ ดัชนีหุ้นไทยน่าจะขึ้นได้ต่อโดยมีโอกาสขึ้นไปได้ถึง 900-940 จุด.