ศิลปวัฒนธรรมน่ารู้
วัฒนธรรมทางการเมืองเพื่อความมั่นคงของความเป็นไทย
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก่อให้เกิดผลดีแก่ความเป็นไทย เพราะ การปกครองระบอบนี้อาศัยคุณภาพของคนไทยเป็นปัจจัยหลักคือ ทุกคน (ประชาชน) ทั้งนักการเมือง และผู้เกี่ยวข้องกับการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบสูงสุดโดยมีศาสนธรรมและสาระของวัฒนธรรมไทย เป็นพื้นฐานของชีวิต หากประชาชนชาวไทยพร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ของตน ด้วยสำนึกในวัฒนธรรมทางการเมืองที่ถูกต้องสมบูรณ์ ความเป็นไทยก็จะมีความมั่นคงยิ่งขึ้น
ประชาธิปไตย หมายถึง ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชาติที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมีความผูกพันทางใจกันอย่างลึกซึ้งแน่นแฟ้น และมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งดำรงชีวิตในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยโดยช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยไมตรีจิต แสดงถึงความเป็นประชาธิปไตย ในด้านการใช้ชีวิตประจำวันของคนส่วนมากในสังคม ทำให้เกิด “ สังคมประชาธิปไตย ” ชีวิตประชาธิปไตยในลักษณะนี้และสังคมประชาธิปไตยที่เกิดขึ้น ความเป็นประชาธิปไตยก็ย่อมเสริมสร้างความเป็นไทย ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น นับว่าตรงกับความต้องการของปวงชนชาวไทยมากที่สุด
สำหรับความสัมพันธ์ของการเมืองและนักการเมืองนั้น คำว่า “ การเมือง ” เป็นเรื่องของการทำความดีโ ดยแท้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วการเมือง ก็คือ การร่วมกันทำความดีของคนหมู่มาก เพื่อประโยชน์ ความสุขของบ้านเมืองและของประเทศชาติ ส่วนคำว่า “ นักการเมือง ” หมายถึง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตภายในบ้าน และมีความเต็มใจที่จะอาสาช่วยงานของเมือง ของประเทศชาติ ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ โดยตั้งใจมั่นว่าจะทำความดีที่แท้จริง เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ฉะนั้น การเมือง และนักการเมืองย่อมเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมตลอดไป จึงเกิดคำว่า วัฒนธรรมทางการเมือง คำว่า “ วัฒนธรรม ” ในที่นี้ หมายถึง แบบอย่างการแสดงออกของมนุษย์เป็นการกระทำที่ผู้เกี่ยวข้องให้การยอมรับ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แก่หมู่คณะ แต่บางครั้งวัฒนธรรมบางคำคลาดเคลื่อนทำให้เกิดความสับสน เช่น วัฒนธรรมคอรัปชั่น หรือฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นวัฒนธรรมที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เป็นความเคยชินที่มีความเห็นแก่ตัว ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม จึงจัดว่าไม่ใช่ลักษณะวัฒนธรรมที่จะเป็นเครื่องชี้วัดความเป็นผู้มีวัฒนธรรม เพราะผู้มีวัฒนธรรมทางการเมืองจะก่อให้เกิดพลังของพฤติกรรมทางการเมือง
การเป็นนักการเมืองที่ดี ต้องประกอบด้วยวัฒนธรรมต่าง ๆ ดังนี้
วัฒนธรรมสำนึก นักการเมืองที่ดีต้องมีความสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่าวัฒนธรรมไทยมีคุณค่า ทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันป้องกันไม่ให้เสื่อม รักษาและส่งเสริมให้มั่นคงให้เป็นหลักปฏิบัติในการดำรงชีวิตโดยปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามเนื้อหาสาระของวัฒนธรรมด้วยความเต็มใจของตนเอง เช่น “ วัฒนธรรมการใช้เวลา ” และ “ วัฒนธรรมการใช้เงิน ” คือต้องรู้จักใช้เวลา และใช้เงินให้ถูกต้องชอบธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้คุ้มค่าที่สุด
วัฒนธรรมทางความคิด นักการเมืองที่ดีต้องคิดดีคิดชอบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เช่นคิดริเริ่มคิดสร้างสรรค์แต่สิ่งที่เกิดประโยชน์ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกคิดและหัดใช้ความคิดเพื่อจะได้คิดเป็นในที่สุดมีความรู้ทางโลกและมีหลักคุณธรรมรองรับ เช่น คิดปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์โดยอาศัยการรู้คุณค่าของเวลา และการใช้สติ
วัฒนธรรมทางความเชื่อ นักการเมืองที่ดีจะต้องเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เชื่อเพราะมีเหตุผลเป็นพื้นฐาน เชื่อว่าผลย่อมมาจากเหตุ เพิ่มความเชื่อและเชื่อตลอดไปในกฎแห่งกรรมที่ว่า “ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ” ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา พร้อมกับถ่ายทอดความเชื่อเช่นนี้ให้สืบทอดถึงลูกถึงหลาน มีความเชื่อต่อไปว่าเมื่อสร้างเหตุดีจะทำให้มีโอกาสทำความดีเพิ่มมากขึ้น และตัดเหตุที่ไม่ดีที่จะนำไปสู่ความประพฤติที่สังคมไม่พึงประสงค์ได้อย่างเด็ดขาดก็เท่ากับว่าป้องกันตนเองไม่
ให้กระทำความชั่วได้สำเร็จ คือ ไม่ให้เกิดความโลภในทรัพย์สิน และอำนาจ
วัฒนธรรมทางจิตใจ นักการเมืองต้องแสดงพฤติกรรมที่เป็นแบบอย่าง คือ ต้องเป็นแบบของความกตัญญูกตเวทีอย่างสม่ำเสมอ โดยเคารพคนดีด้วยการกราบไหว้เชื่อฟังปฏิบัติตาม และรู้บุญคุณของผู้มีพระคุณ (กตัญญู) ตอบแทนพระคุณผู้มีพระคุณ (กตเวที) โดยการปฏิบัติที่ดี สำนึก ในบุญคุณของอาชีพที่อาศัยเลี้ยงชีวิตตัวเองเลี้ยงครอบครัวตอบแทนบุญคุณอาชีพนั้น ๆ โดยประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน และความเสียสละ วัฒนธรรมทางจิตใจที่แปลงจากความเคารพ และความกตัญญูกตเวทีซึ่งเป็นหัวข้อคุณธรรม เป็นนามธรรมมาเป็นการกระทำที่ดีที่ชอบ อย่างต่อเนื่องโดยมีการถ่ายทอดสืบทอดจากบรรพบุรุษไทยครั้งโบราณกาลมาถึงคนไทยยุคปัจจุบัน นับเป็นมรดกวัฒนธรรมไทยที่ล้ำค่า
วัฒนธรรมน้ำใจ นักการเมืองที่ดีต้องแสดงออกซึ่งน้ำใสใจจริงทั้งสีหน้า ท่าทางรอยยิ้ม คำพูดและการกระทำ เช่น คนตาดีจูงคนตาบอดข้ามถนน ชาวนาร่วมเกี่ยวข้าวได้ทั้งงานได้ทั้งความสนุกสนานและความสามัคคี และร่วมแสดงความเสียใจให้ความเห็นใจแก่เพื่อนที่สูญเสียญาติมิตร เป็นต้น
วัฒนธรรมการพูด นักการเมืองที่ดีต้องพูดไพเราะ อ่อนหวาน พูดจริงใจ พูดอย่างมีเหตุผล พูดให้เกิดประโยชน์ พูดเหมาะแก่เวลา พูดเหมาะกับสถานที่ กล้าพูดเพื่อความถูกต้องชอบธรรม
วัฒนธรรมเชิงพฤติกรรม นักการเมืองที่ดีต้องแสดงออกเป็นการกระทำของผู้มีปัญญาโดยใช้ปัญญาในทางที่ถูกต้องชอบธรรมสอดคล้อง
กับหลักธรรมคำสั่งสอนของศาสนา มีกิริยามารยาทท่าทางที่งดงาม ยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ประเพณีและกฎหมายเป็นหลักในการกระทำทั้งปวง
วัฒนธรรมการทำงาน นักการเมืองที่ดีต้องทำงานทุกอย่างด้วยใจที่รักงาน รู้หน้าที่ ทำงานตามหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ตนเองทำโดยตรงหรือทำงานกับบุคคลอื่นหรือกับหมู่คณะก็ตาม ในขณะเดียวกันก็คิดสร้างสรรค์อ่อนน้อมถ่อมตน ทำตามระเบียบ มีมารยาท มีน้ำใจ มีวินัยในการทำงานรู้ว่าควรทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง ทำตามขั้นตอน ตรงต่อเวลา ทำเต็มเวลา กล้าตัดสินใจ อาศัยหลักธรรมคุณธรรมของศาสนาเป็นพื้นฐาน ให้เกียรติ ให้กำลังใจ ไว้วางใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผ่อนสั้น ผ่อนยาว ประนีประนอม ถนอมน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือ ให้อภัยและให้โอกาสทำความดี แก้ตัวโดยใช้คำพูดที่สุจริตใจด้วยท่าทางที่สุภาพ และมีความยิ้มแย้มแสดงไมตรีจิตอย่างจริงใจ
วัฒนธรรมเสริมสร้างความเป็นมิตร นักการเมืองที่ดีต้องเลือกคบมิตรที่ดีและรู้จักการกระชับ ความเป็นมิตรแท้ให้มั่นคงถาวรด้วยการประพฤติประโยชน์ต่อกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะค่าของมิตรแท้นั้นให้สองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดรวมทั้งความสามารถตลอดจนประสบการณ์ชีวิตซึ่งกันและกันซึ่งมีผลต่อชีวิตในทุก ๆ ด้าน เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ และชีวิตการทำงานทำให้มีโอกาสช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ป้องกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายใดสำคัญตนเองผิด หลงตนเองและลืมตัวประพฤติชั่วทั้งโดยตั้งใจหรือไม่มีเจตนา ให้คิดถูกและประพฤติดีประพฤติชอบ
วัฒนธรรมการสร้างตนเอง นักการเมืองที่ดีจะต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด โดยสู้ชีวิตด้วยกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ความสามารถ ความคิด ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน ความมัธยัสถ์ และความเสียสละพร้อม ๆ กัน ไปกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตจากชีวิตการต่อสู้ของผู้อื่นทั้งผู้ประสบความสำเร็จ และผู้ล้มเหลวในชีวิตเป็นครูเป็นบทเรียนเพื่อสอนใจตนเองให้สู้ชีวิตใหม่ ให้รู้จักนำตนเองก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางสู่เป้าหมายของชีวิตที่พึงประสงค์ด้วยความไม่ประมาท ในเวลาเดียวกันก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ จากสื่อประเภทต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิตด้านการสร้างตนเองให้บรรลุความสำเร็จในชีวิตพร้อมด้วยความสุขที่แท้จริงเป็นชีวิตที่มีค่า โดยถือว่าอุปสรรคหรือความยากลำบากต่าง ๆ เป็นเครื่องทดสอบความสามารถในการสร้างตนเอง
วัฒนธรรมการใช้ชีวิต คือ การู้จักใช้ชีวิตทุก ๆ ด้าน เช่น การเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ ชีวิตการครองเรือน และชีวิตการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้คุ้มค่ามากที่สุดโดยอาศัยปัจจัยแห่งความสำเร็จต่าง ๆ เช่น การศึกษาตลอดชีวิตและหลักธรรม คุณธรรมของศาสนา และป้องกันใจตนเองไม่ให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของอำนาจฝ่ายต่ำ คือกิเลสและตัณหา ซึ่งชีวิตจะประสบความสำเร็จในระดับใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการรู้จักตนเองตามสภาพที่เป็นจริงอยู่ตลอดเวลา และใช้ชีวิตประจำวันด้วยความมีสติไม่ประมาทเป็นสำคัญ คือต้องไม่ทำลายตัวเอง
วัฒนธรรมการบำเพ็ญประโยชน์ คือนักการเมืองที่ดีต้องเต็มใจที่จะทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อผู้อื่น
หมู่คณะสังคมส่วนรวมและประเทศชาติในฐานะของผู้ให้ที่ดี เช่นให้ความร่วมมือด้วยแรงกาย
สติปัญญา และเงินเพื่อการพัฒนาการศึกษาในชนบท ให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้จริง
ๆ เพื่อให้เขาสามารถพึ่งตนเองได้บ้าง เช่น ให้ทุนแก่ผู้พิการให้สามารถประกอบอาชีพตามความเหมาะสมของความพิการให้มีรายได้เลี้ยงชีพโดยชอบทั้งนี้ต้อง
ไม่ลืมว่าคุณลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของคนไทยเรานั้นคือ ต้องการช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติที่เดือดร้อนทุกข์ยาก
และให้ความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคม ความคิดและพฤติกรรมเช่นนี้จัดเป็นวัฒนธรรมการบำเพ็ญประโยชน์ที่ควรถ่ายทอดและสืบทอดให้เป็น
มรดกทางวัฒนธรรมให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป
เอกสารอ้างอิง หนังสือเอกสารทางวิชาการ การสืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองไทย
โดย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
กฤษณา พันธุ์มวานิช
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ