ผู้ปกครองหน่ายโรงเรียนสอนเทควันโด

ผู้ปกครองหน่ายโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดัง 
สอบสายไม่มีใบประกาศ

เทควันโดบูมเด็กสนใจเล่นมากขึ้น โรงเรียนสอนเทควันโดเอกชนฉวยหลอกเก็บค่าสอบสาย ไม่ให้ใบประกาศ เลขาฯ สมาคมเทควันโดเผยยังไม่มีกฎข้อบังคับในการตรวจสอบ จำต้องปล่อยลอยนวล น้องวิลหวั่นกระเทือนเด็ก

      
จากกรณี ปัญหาของโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดัง ซึ่งเป็นชื่อของยิมที่เปิดขึ้นในลักษณะการทำการตลาด มีระบบระเบียบต่างจากยิมที่เปิดสอนเทควันโดทั่วไป คือ ในการเปิดสอนนั้นจะไปยื่นข้อเสนอกับทางโรงเรียนหรือสปอร์ทคลับ ที่จะไปขอเปิดทำการในรูปแบบที่คล้ายๆกับการกุศลคือ จะสอนให้ฟรี หรือคิดค่าสอนในราคาที่ถูกกว่าที่อื่นๆ ซึ่งผู้ปกครอง ของ เด็กที่เรียนอยู่ที่บ้านเทควันโดได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่ามีการสอบสายโดยไม่ได้รับใบประกาศอย่างถูกต้อง

            แหล่งข่าว ซึ่งเป็นครูที่รับจ้างฝึกสอนเทควันโดให้กับโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดังแห่งหนึ่ง เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์หอข่าวว่า ตนเองนั้นรับจ้างสอนให้กับโรงเรียนแห่งนี้ ในราคาคาบเรียน (หนึ่งชั่วโมง) ละ 200 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสำหรับครูที่ โรงเรียน แห่งนี้จ้างมาสอน แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ตอนที่ตนถูกจ้างมาสอนนั้นไม่ได้ทราบรายละเอียดของระบบ การบริหารงานสักเท่าไหร่ แต่พอสอนไปได้หลายเดือนเข้าจึงพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหาร ว่ามาจากส่วนไหนบ้าง ส่วนแรกคือ การขายชุดฝึกเทควันโดให้กับเด็กซึ่งจะได้กำไรก้อนหนึ่งมาเป็นทุนก้อนแรก และอีกส่วนคือค่าสอบสายเลื่อนขั้น ของเด็ก นักเรียน โดยเก็บค่าสอบสายราคาหัวละ 300 บาทต่อการสอบสายหนึ่งครั้ง และ อาจจะมีรายได้จากการจัดแข่งขันเทควันโดที่โรงเรียนดังกล่าวจัดขึ้นเอง

        แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าถ้าเป็นการมองโดยทั่วไป แทบจะไม่มีข้อบกพร่องใดๆเลย แต่เมื่อมีการสอบสายแล้วเก็บเงินเช่นนี้ ก็ควรจะมีการให้ใบประกาศนียบัตรเพื่อบอกคุณวุฒิของผู้เรียน แต่ในบางครั้งตนสังเกตเห็นว่าเมื่อเจ้าของยิมติดต่ออาจารย์ที่สอบสายมา ไม่ได้ ก็แก้หน้าด้วยการให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีคุณวุฒิมานั่งจัดฉากดูเด็กสอบสายแทนที่จะเป็นอาจารย์ เพราะเจ้าของ ยิมต้องการ เก็บค่าสอบสายไว้เอง และเจ้าของยิมไม่สามารถออกใบประกาศนียบัติให้เด็กได้

         ทั้งนี้ เมื่อทางยิมที่ร่วมลงทุนด้วยทราบข่าวทำให้ต้อง ยกเลิกการสอน โดยตัดโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดังแห่งนี้ออกจาก การร่วมทุน ผลที่เกิดขึ้น คือเด็กที่เรียนกับโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีคุณวุฒิ เท่ากับเรียนเทควันโดที่อื่นๆ ผู้ปกครองบางคนก็ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว จึงทำให้เรื่องจบไปโดยที่โรงเรียนดังกล่าวก็ยังไม่ปิดยิม กลับเปิดสอนเพิ่มขึ้นจน ปัจจุบันมีเครือข่ายโรงเรียนที่ร่วมทุนประมาณ กว่า 40โรงเรียน และก็ยังปรากฏพฤติกรรมเช่นนี้อยู่เรื่อยไป


         ด้านนายธนา สินประสาธน์ รองเลขาธิการสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าในยุคแรก ๆ ของการเปิดสอนเทควันโดนั้นสมาชิกสมาคมต่างคิดว่า น่าจะเปิดโดย ครูที่ผ่านการสอบอย่างถูกต้อง สอนลูกศิษย์ของตนจนสามารถที่จะไปสอนคนอื่นต่อได้และ ขยายเครือข่าย ให้ กว้างขึ้น โดยมีการควบคุมจาก ครูที่เป็นคนเปิดสอน โดยในส่วนของค่าเรียนก็คือค่าสอนของครูผู้สอนในคอร์สนั้น ๆ ส่วนค่าสอบสายนั้นเป็นค่าครู ของผู้สอบสาย ดังนั้นเมื่อ มีการเก็บค่าสอบก็ต้องออกใบประกาศณียบัตรรับรองให้อย่างถูกต้อง

        นายธนา กล่าวเสริม การเปิดสอนเทควันโด ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับสมาคมเท่านั้น คนทั่วไปก็สามารถเปิดได้ เพียงแต่ครูผู้สอนนั้นจำเป็นต้องผ่านการสอบสายดำดั้ง 1 จากองค์กรเทควันโดโลก ( W.T.F.) ขึ้นไปเท่านั้น จึงจะสามารถสอนได้ ส่วนผู้สอบสายนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการสอบสายดำดั้ง 4 จาก ( W.T.F.) ขึ้นไปจึงสามารถ เปิดสอนได้

        นายธนา กล่าวต่อไปว่าในประเทศไทยส่วนใหญ่ คนที่เปิดสอนเทควันโดก็เป็นอาจารย์ที่ผ่านการสอบสายมาอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่พยายามจะหาเงินเข้ากระเป๋าแต่เพียงอย่างเดียว เช่น เปิดสอนเทควันโดตัดราคาผู้สอนรายอื่น ประวัติของ ผู้สอนไม่โปร่งใส เรียกเก็บค่าสอบสายเด็กโดยไม่ออกใบประกาศให้ เป็นปัญหาทำให้เด็กที่เรียนกับผู้เปิดสอนรายนี้ทั้งหมด ไม่ได้ผ่านการรับรองจาก องค์กรเทควันโดโลก ( W.T.F.)
         
          สำหรับในส่วนของสมาคมเองก็ไม่ได้มีกฎหรือข้อบังคับในการเปิดสอนอยู่แล้ว ใครก็ สามารถเปิดสอนได้ สมาคมทำหน้าที่ในส่วนของการทำทีมนักกีฬาทีมชาติมากกว่า ส่วนผู้ที่เรียนมากับระบบที่ผิดๆ ก็จะไม่มีโอกาสในการเข้ารับ การคัดเลือก เพราะทาง สมาคมจะดึงตัวเฉพาะนักกีฬาที่เคยผ่านการแข่งขันระดับประเทศและการแข่งขันที่สมาคมรับรองเท่านั้นอย่างเช่น การแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ การแข่งขันกีฬาเทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย และ การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ซึ่งการแข่งขันสามรายการนี้เท่านั้น ที่สมาคมเทควันโดรับรองอย่างเป็นทางการ ” นายธนากล่าวทิ้งท้าย


         ด้านนางสาวเยาวภา บุรพลชัย หรือน้องวิล นักกีฬาเทควันโดเหรียญ ทองแดงทีมชาติโอลิมปิก กล่าวถึงกรณีโรงเรียนสอนเทควันโด ที่จัดการสอบสายเลื่อนขั้นแล้วไม่ออกใบประกาศษณียบัตรอย่างถูกต้องว่า ตนเริ่มการเรียนเทควันโดและสอบสายเข้ามาอย่างถูกต้อง ซึ่งในกรณีดังกล่าวตนคิดว่าน่าจะมีการจัดการอย่างจริงจัง เพราะตอนนี้ทาง สมาคมไม่มีกฏระเบียบออกมา ควบคุมตรงนี้อย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ควรได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยพิจารณาเป็น รายบุคคลไป โดยตรวจสอบสถานที่เรียน หรืออาจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องร้องเรียนเพราะกรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนอีกทั้งยังส่งเสริม ให้คนกระทำความผิดลอยนวล

        “ อย่างนี้ก็แย่นะ การสอนเด็กถ้ามีอาจารย์ไม่ดีก็จะทำให้เด็กไม่ดีไปด้วย การเรียนเทควันโดวิลว่า มันต้องสอนลึกถึงจิตใจของเด็กด้วย ไม่ใช่แค่เตะเป็น ต่อยเป็น ก็จบ แต่ก็อย่างที่บอกอาจารย์ต้องเป็นส่วนสำคัญเลยหละที่จะทำให้เด็กเก่งทั้งวิชาและจิตใจ ” น้องวิลกล่าวทิ้งท้าย


ขึ้นไปข้างบน