TOP
HOME

       


 

“ ใช่ เพียงของเล่น ”

     เก๊งๆ …....... เก๊งๆ เสียงระฆังดังกังวานทั่วทั้งอาคารไม้หลังเก่า ส่งสัญญาณได้เวลาเลิกเรียนแล้ว
“เฮ้ย!! เทพ ไปเร็ว!! วันนี้ข้าจะพาเอ็งไปเลี้ยงไอติม” เด็กชายตะโกนเรียกเพื่อนรัก พลางโบกมือไป-มา พร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ
“ จริงเหรอ ? ชาญ เอ็งจะพาข้าไปกินไอติมจริงๆเหรอวะ “ เจ้าของเสียงเล็กๆร้องตะโกนถามกึ่งแปลกใจ
“ จริงสิวะ วันนี้ข้า ไปโจ๊ะลูกข่าง ได้ตังค์ไอ้ยอดมาหลายบาทเลย ข้าเป็นเจ้ามือเองวันนี้“
“ แน่นะ ชาญ เอ็งอย่ามาหรอกข้านะ พ่อข้ายิ่งห้ามไม่ให้ข้ากินไอติมอยู่ “
“ เออ แน่สิว่ะ รีบไปเหอะ เดี๋ยวพ่อเอ็งก็ออกมาเห็น พอดีไม่ได้ไปกัน “
ภาพเด็กทั้งสองวิ่งกอดคอกันไปอย่างมีความสุข เป็นภาพที่คนละแวกนั้นเห็นกันจนชินตา เด็กชายรูปร่างสูงใหญ่คอยดูแลเพื่อนตัวเล็กที่เจ็บออดๆแอดๆอยู่เสมอ ยามกอดคอวิ่งคู่กันดูเหมือนกับว่า เจ้าตัวโตแทบจะหิ้วเจ้าตัวเล็กลอยขึ้นจากพื้นดินเลยทีเดียว

 

     เมืองฟ้าอมร ตึกสูงเสียดฟ้ามากมาย บ่งบอกถึงความเจริญในเมืองกรุง
“ ท่านคะ มีโทรศัพท์จาก คุณวศิน ผู้จัดการแบงก์ บอกว่ามีเรื่องด่วนมากต้องการจะคุยกับท่านตอนนี้เลยค่ะ“
“ โอนสาย เข้ามาหาผมได้เลย อ้อ นอกจากสายนี้แล้วผมไม่รับสายใครทั้งนั้นนะ คุณช่วยบอกด้วยว่าผมติดประชุม แล้วจะติดต่อกลับไปภายหลังนะ “ ชายวัยกลางคนมีสีหน้าเคร่งเครียด บอกเลขาฯด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ ค่ะ ท่าน “
“ ขอบคุณนะ คุณสาวิตรี “
วรเทพ ทับสุวรรณ กรรมการผู้จักการใหญ่บริษัทส่งออกเสื้อผ้า นั่งเฉยไม่ขยับไปไหนมานานร่วม 2 ชั่วโมง หลังจากวางสายจากผู้จัดการแบงก์ เขามองไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ในมือกำของสิ่งหนึ่งไว้ สิ่งที่เขามักจะหยิบออกมาถืออยู่เสมอๆเมื่อเขารู้สึกไม่สบายใจ หรือต้องการกำลังใจจากใครสักคน

 

     เช้าวันใหม่กับรอยยิ้มที่สดใสของเด็กๆ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง
“ สวัสดีค่ะนักเรียน เอาล่ะค่ะ วันนี้จำได้ไหมเอ่ย ว่าเมื่อวานนี้คุณครูบอกให้นักเรียนนำอะไรมาด้วยคะ วันนี้ “
“ ของเล่นที่เป็นของรักของหวง ค่ะ/ครับ “ เหล่าลูกศิษย์ตัวน้อยตอบคำถามคุณครูอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ เก่งมากค่ะ วันนี้คุณครูจะให้นักเรียนทุกคนออกมาเล่าเรื่องหน้าชั้นเรียนนะคะ ว่าทำไมนักเรียนถึงชอบของสิ่งนั้น และมันมีประวัติความเป็นมาอย่างไรคะ เริ่มที่เธอเลยนะจ๊ะ น้ำตาล“
“ หนูเอาตุ๊กตาหมีสีชมพูมาค่ะ คุณแม่ซื้อให้มาจากฮ่องกงค่ะ หนูชอบมันมากค่ะมันน่ารักดี” หนูน้อยแก้มแดงตอบคุณครูด้วยน้ำเสียงที่สดใส
“ แล้วเธอล่ะจ๊ะ กอล์ฟ “
“ผมเอาหุ่นยนต์มาครับ คุณพ่อซื้อให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ครับ ที่ผมเลือกมันเพราะมันสวยดี แถมยังเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดด้วยครับ ”
“ ถึงตาเธอแล้วนะ ไม้ “
เด็กชายตัวน้อยเดินก้าวออกมาหน้าชั้นเรียนด้วยสีหน้าภาคภูมิใจกับสิ่งที่ถืออยู่ในมือ

 

     หลังจากเลิกเรียนของวันนั้น
“ นี่ ไม้ นายสอนเราเล่นไอ้นั่นหน่อยสิ นะ ...นะ.... ไม้.... สอนเราเถอะ เราอยากเล่นเป็นมั่ง นะ.... ไม้..นะ“ เด็กชายผิวพรรณดี หน้าตาสะอาดสะอ้าน ขอร้องเพื่อนร่วมชั้น สายตาจับจ้องกับสิ่งที่อยู่บนพื้นอย่างไม่ละสายตา
“ ก็ได้ เราสอนให้ก็ได้ แต่รอก่อนนะ ให้เราเล่นเสร็จก่อน แล้วเราจะสอนนาย ตกลงนะ “ เด็กชายผู้เป็นเจ้าของกล่าวพลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ กอล์ฟ ทำอะไรอยู่น่ะ ลูก “ ชายผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหาลูกชายตัวน้อยอย่างสงสัย หลายวันมานี้เขาสังเกตเห็นว่า ลูกชายมักจะรีบร้อนทำการบ้านให้เสร็จ จากนั้นก็จะวิ่งไปที่โรงจอดรถ และขลุกตัวอยู่ที่นั่นจนกว่าจะถึงเวลาทานข้าวเย็น
“ กำลังซ้อมมืออยู่ครับพ่อ พ่อมาดูนี่สิฮะ เดี๋ยวกอล์ฟทำให้ดู พ่อคอยดูนะฮะ ” เด็กชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ดูนะ พ่อ …. นี่ !!! “ เด็กชายกล่าวพร้อมกับเหวี่ยงสิ่งที่อยู่ในมือลงบนพื้นอย่างแรง
“ เป็นไงฮะ เจ๋ง มั้ย พ่อ “ เด็กชายจับแขนผู้เป็นพ่อ เขย่าด้วยความตื่นเต้น
“ โอ้ โฮ !! เก่งมากเลยครับลูก “ ผู้เป็นพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกใจ สายตาจ้องมองวัตถุที่อยู่บนพื้นพลางคิดอะไรบางอย่าง
“ ว่าแต่กอล์ฟ ไปเอามาจากไหนลูก แล้วใครสอนครับ พ่อว่าพ่อไม่เคยสอนกอล์ฟนะครับ “
“ เพื่อนที่โรงเรียนสอนฮะ ชื่อไม้ เค้าเก่งมากเลยนะพ่อ แถมยังใจดีด้วย ไม้ช่วยสอนกอล์ฟ และให้กอล์ฟยืมกลับมาที่บ้านได้ด้วย “
“ พ่อขอดูหน่อยนะลูก “ ผู้เป็นพ่อหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา หลังพิจารณาดูมีอักษรสลักอยู่บนสิ่งนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นอักษรที่สลักไว้ที่ของสิ่งนั้น
“ กอล์ฟ !!! ไปเอามาจากไหนลูก เพื่อนลูกชื่ออะไรนะครับ ชื่อจริงชื่ออะไรครับ กอล์ฟ จำได้มั้ยลูก “ ผู้เป็นพ่อซักไซร้ลูกชายอย่างละเอียด ถึงที่มาของของสิ่งนั้น
“ พรุ่งนี้พ่อจะไปรับกอล์ฟที่โรงเรียนนะลูก บอกเพื่อนลูกด้วยว่า พ่ออยากเจอเค้า อย่าลืมนะครับกอล์ฟ “

 

     ชายชราสองคนนั่งคุยกันที่ระเบียง ต่างคนต่างเอนหลังบนเก้าอี้ไม้ บนโต๊ะถูกจัดวางด้วย อาหารเช้าแบบง่ายๆ ในบรรยากาศแบบบ้านสวน บนดอย
“ เชื่อมั้ยวะ ชาญ ถ้าวันนั้น ข้า ไม่ได้ลูกข้าช่วยไว้ ข้าคงตายไปแล้วป่านนี้ “
“ เอ็งก็พูดเกินไป มันเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่ามั้ง ข้าว่า “
“ เอ็งรู้มั้ย ไอ้ชาญ ข้านะ ตามหาเอ็งเป็นสิบๆปี หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ อยู่ๆลูกข้าก็พาข้า มาหาเอ็ง “
“ เอ่อ ก็จริงอย่างเอ็งว่า ไอ้เทพ ถ้าวันนั้นลูกข้าไม่มาขอร้องข้า จะขอเอา ไอ้ลูกข่างนั่นไปโรงเรียน ข้ากะเอ็งก็คงหากันไม่เจอ “


     ณ พิพิธภัณฑ์ของบริษัท วรเทพ-ชาญวิทย์ จำกัด ผู้คนมากมายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ เพื่อศึกษาแนวทางในการดำเนินธุรกิจของตนเองให้ประสบความสำเร็จ
“ คุณครับ ลูกข่างในตู้นี่สำคัญมากเลยหรือครับ “
“ ใช่ค่ะ เป็นลูกข่างของท่านประธานทั้งสอง ท่านแลกกันน่ะค่ะ “
“ ยังไงหรือครับ “
“ ลูกข่างทั้งสองอันนี้ เป็นของที่ท่านแลกกันเป็นที่ระลึกตอนเด็กๆ แต่ละอันจะสลักชื่อของท่านเอาไว้ แล้วท่านก็แลกเปลี่ยนกัน เมื่อตอนที่ท่านทั้งสองต้องจากกันค่ะ“ พนักงานคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ ไม่ใช่แค่นั้นนะค่ะ เชื่อมั้ยค่ะว่า ลูกข่างนี่แหละ ที่พาท่านทั้งสองคนมาพบกันอีกครั้ง ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆให้ผ่านพ้นไป รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นที่ท่านร่วมกันก่อตั้งบริษัทที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ด้วยค่ะ “ “ เจ้าลูกข่างนี่ เหรอครับ “ ชายหนุ่มแสดงสีหน้าแปลกใจ บ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่พนักงานคนนี้พูด
“ ค่ะ ท่านทั้งสอง ต่างเก็บลูกข่างของอีกฝ่ายไว้ดูต่างหน้า เพราะท่านเป็นเพื่อนรักกันมาก เก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อระลึกถึงกัน และเป็นกำลังใจให้กันเมื่อยามท้อถอย แม้คนอื่นจะมองว่าเป็นสิ่งไม่มีค่า เป็นแค่ของเล่นธรรมดา แต่สำหรับพวกท่านแล้ว สิ่งนี้แหละที่เรียกว่ามิตรภาพ มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดเลยค่ะ “