บทความ

 

บทความ

ศักดิ์สิทธิ์อิทธิฤทธิ์ความดี ซาเล้ง Back To Basic ย้อนรอยหนังเก่า

a ดีต : 6 หนังไทยในความทรงจำ
 

หากมองย้อนหลังไปสัก 10-15 ปี อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในขณะนั้นถือได้ว่าอยู่ในช่วงจุดสูงสุดของวงการ และถือว่าเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ทั้งยังเป็นยุคแห่งการวางรากฐานของภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน
ในบางปีของยุคนั้น “ ภาพยนตร์ไทย” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ หนังไทย” มีให้เลือกดูแบบที่จะเรียกได้ว่า “ นับไม่ถ้วน” มีหนังไทยเข้าฉายเกือบทุกสัปดาห์โดยที่บางสัปดาห์ก็เข้าฉายพร้อมกัน 2-3 เรื่องเลยทีเดียว คุณภาพของหนังโดยรวมก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ถ้าจะมีแย่บ้างก็ไม่ถึงกับขนาดเลวร้ายจนรับไม่ได้
ถ้าเราลองกลับไปหาหนังเหล่านั้นมาดูซ้ำอีกสักรอบสองรอบ ก็อาจจะได้กลิ่นไอลางๆของเหตุการณ์ต่างๆในตอนนั้น อาจพูดได้ว่าหนังไทยก็เป็นอีกหนึ่งกล่องความทรงจำที่เราสามารถเปิดดูและหวนระลึกถึงมันได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก
และนี่ก็คือ 6 หนังไทยที่ขอคัดออกมาจากหนังไทยที่ฉายในช่วงปี พ.ศ.2530 - 2540 จำนวนหลายร้อยเรื่อง ด้วยเห็นว่ามันมีความโดดเด่นชัดเจนและมีบางสิ่งบางอย่างที่ควรจะนำกลับมากล่าวถึงอีกครั้ง และหวังว่ามันจะนำพาความทรงจำของคุณในช่วงนั้นกลับมาได้บ้าง...

1. ส.อ.ว. ห้อง 2 รุ่น 44
ผู้กำกับ – บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
นักแสดงนำ – สันติสุข พรมศิริ , จินตรา สุขพัฒน์ , กฤษณ์ ศุกระมงคล
ปีที่ออกฉาย – 2533

เรื่องราว...ชีวิตหลังจากสำเร็จการศึกษาของนักเรียนหญิงร่วมชั้นเรียนของห้อง 2 รุ่นที่ 44 โรงเรียนสตรีอรุณรัชต์วิทยา ชีวิตที่ต้องเรียนรู้โลกกว้างอย่างที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน ชีวิตที่แตกต่างจากตำราที่เคยเล่าเรียนมา
หนังนำเสนอเรื่องราวทั้งหมดผ่านสายตาของ ลำยง ซึ่งคอยเฝ้ามองดูเส้นทางความเป็นไปของเพื่อนๆ ทั้งด้วยความปลื้มใจและเป็นห่วง โดยที่แต่ละคนก็มีถนนที่จะก้าวเดินแตกต่างกันไป
ความทรงจำ...นอกเหนือจากหนังจะนำเสนอความสัมพันธ์และความผูกพันของเพื่อนได้อย่างลึกซึ้งกินใจแล้ว สิ่งที่ผู้กำกับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ต้องการจะเน้นย้ำให้คนดูรู้ซึ้งเป็นพิเศษก็คือคุณค่าและศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ตัวหนังมีเนื้อหาหนักแน่นจนออกแนวเคร่งเครียด แต่นำเสนอด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่สนุกสนานทำให้คนดูติดตามเรื่องราวได้จนจบ บวกกับการแสดงอันเยี่ยมยอดของนักแสดงนำหญิงในเรื่อง ทำให้เราเชื่อได้สนิทว่าพวกเธอเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ

2. ปุกปุย
ผู้กำกับ – อุดม อุดมโรจน์
นักแสดงนำ – ณพัชร สุพัฒนกุล , ปรางใส ณ.นคร , ธิติมา สังขพิทักษ์
ปีที่ออกฉาย – 2533

เรื่องราว...ว่าว เด็กชายนิสัยดีที่มักจะถูกพ่อนิสัยเลวกล่าวหาว่าเขาเป็นตัวซวยประจำบ้าน โชคดีที่เขายังมีแม่ที่เข้าใจ แต่แม่ก็ไม่มีอำนาจพอที่จะสามารถช่วยอะไรเขาได้ ว่าวถูกส่งตัวไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของน้าที่ต่างจังหวัด แต่ก็ต้องมาพบกับน้าสะใภ้ที่ไม่ชอบหน้าว่าวเท่าใดนัก ที่นี่เองว่าวได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อ ชิชา เธอเป็นเด็กหญิงที่น่ารักและมีความกล้าในตัวสูง ชิชาจะเป็นคนคอยปลอบและให้กำลังใจว่าวเมื่อเขาต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ แต่แล้ววันแห่งการจากลาก็มาถึง เมื่อเด็กทั้งคู่ต้องจากกัน เมื่อว่าวต้องเดินทางกลับบ้านตัวเองที่กรุงเทพ
ความทรงจำ...หนังเด็กที่นานๆจะมีออกมาฉายสักครั้ง ผู้กำกับ อุดม อุดมโรจน์ สามารถคุมโทนหนังได้อย่างอยู่หมัด โลกใบเล็กๆของว่าวและชิชามีความน่าเชื่อถือจนจับต้องได้ น้ำตาที่ได้เสียไปกับฉากการจากลากันของว่าวและชิชา สร้างความประทับใจให้กับคนดูได้อย่างดี ขนาดที่พูดได้ว่า “ ถึงร้องไห้แต่ก็ไม่เสียใจ“

3. รักแท้บทที่ 1
ผู้กำกับ – สุเทพ ตันนิรัตน์
นักแสดงนำ – ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง , ปริญญ์ วิกรานต์ , บุณพิทักษ์ จิตต์กระจ่าง
ปีที่ออกฉาย – 2538

เรื่องราว...รักแรกพบของ รบินท์ หนุ่มผู้เกรงกลัวในเรื่องผู้หญิง กับ ทิพย์ สาวขายประกัน ด้วยความรู้สึกพิเศษบางอย่างทำให้รบินท์ตกหลุมรักทิพย์ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกัน เขาต้องใช้ความกล้าและความมุ่งมั่นอย่างหนักในการฝ่าด่านความประหม่าและความเปิ่นของตัวเอง กว่าจะสามารถพิชิตใจทิพย์ได้ก็ทำเอาเขาท้อไม่น้อย แต่แล้ววันหนึ่งทิพย์ก็หายไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้ร่องรอย รบินท์จึงออกตามหาทิพย์ทุกหนทุกแห่งตามคำเรียกร้องของหัวใจ
ความทรงจำ...หนังรักโรแมนติกธรรมดาๆเรื่องหนึ่งที่สร้างให้ตัวละครชาย-หญิงมีมิติอย่างคนทั่วไป รบินท์ผู้ชายที่เราหาได้ตามท้องถนน กับทิพย์ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ หนังนำเสนอถึงการเริ่มต้นของความรัก ถ้าการเริ่มต้นนับเป็นบทที่ 1 การฝ่าฟันปมของหัวใจของแต่ละคนถือเป็นบทที่ 2 ความรักของคนสองคนก็ไม่ได้จบอยู่ที่บทแรกๆเท่านั้น เพราะอย่างไรก็ต้องมีบทที่ 3,4 และ 5 ให้เราได้เรียนรู้กันไป บทสุดท้ายจึงมีค่ามากกว่าคำว่ารัก

4. กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
ผู้กำกับ – สมจริง ศรีสุภาพ
นักแสดงนำ – ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง , ปฏิภาณ ปฐวิกานต์
ปีที่ออกฉาย – 2534

เรื่องราว...เด็ก ม. 6 หกคน ที่รวมตัวกันตั้งกลุ่มของตัวเองว่า “ หินกลิ้ง” กับการใช้ชีวิตช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก่อวีรกรรมแสบๆมากมายจนมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการเป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน วีรกรรมเฮี้ยวๆนั้นกลับกลายเป็นความทรงจำอันดีของกลุ่มหินกลิ้ง รวมทั้งการค้นหาตัวตนของแต่ละคนในการก้าวเข้าไปสู่โลกของผู้ใหญ่ที่รอคอยพวกเขาอยู่ข้างหน้า
ความทรงจำ...หนังได้กระแสตอบรับจากคนดูอย่างล้นหลามเมื่อหนังเข้าฉาย เนื่องด้วยตัวหนังเป็นหนังสำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งยังทำให้สองนักแสดงนำอย่างมอสและแท่งเป็นต้นแบบของวัยรุ่นในยุคนั้น และก่อให้เกิดกระแส “ มอส-แท่ง” ตามมา และหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จด้านรายได้ก็ทำให้มีหนังแนวกระโปรงบาน-ขาสั้นตามมาอีกมากมาย จนถือได้ว่า “ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้” เป็นต้นแบบของหนังยอดนิยมในช่วงนั้น

5.ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด
ผู้กำกับ – อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์
นักแสดงนำ – สัญญา คุณากร , อังคณา ทิมดี , ชไมพร สิทธิวรนันท์
ปีที่ออกฉาย – 2536

เรื่องราว... นพ ชายหนุ่มที่มีชีวิตแสนจะธรรมดา เขาทำงานเป็นพนักงานผลิตอาหารกระป๋อง วันๆเขาใช้ชีวิตอยู่กับความน่าเบื่อ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็พบว่าชีวิตของเขามีเวลาเหลืออีกเพียง 24 ชั่วโมง นพจึงตั้งใจใช้เวลาที่เหลืออยู่นั้นให้คุ้มค่าที่สุด ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขาบอกรักเพื่อนร่วมงานที่แอบชอบมานาน ใฝ่หาความสนุกให้แก่ตัวเอง ออกตระเวนราตรี มีเรื่องกับนักเลง และพบกับหญิงสาวที่สอนให้เขารู้ว่าชีวิตมีค่ามากแค่ไหน
ความทรงจำ...หนังให้ประเด็นเกี่ยวกับปรัชญาที่ว่าด้วยชีวิตอันแสนสั้น ดังนั้นหากคิดจะทำอะไรก็ควรรีบทำ ผลงานกำกับเรื่องแรกของ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ที่เขาได้โชว์ฝีมือและทักษะส่วนตัวทางด้านภาพยนตร์อย่างเต็มที่ ก่อนที่เขาจะเก็บตัวหายไปเกือบ 11 ปี แล้วกลับมาพร้อมผลงานชั้นเยี่ยมอย่าง “ โหมโรง”

6. สยึ๋มกึ๋ย
ผู้กำกับ – ธนิตย์ จิตนุกูล
นักแสดงนำ – สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, วาสนา พูนผล
ปีที่ออกฉาย – 2534

เรื่องราว... เกี้ย หนุ่มลูกจ้างที่แอบหลงรักเจ้าของบริษัทผู้เย่อหยิ่ง แต่เพราะมนต์ดำบางอย่าง ทำให้หญิงสาวกลายเป็นผีดิบในเวลากลางคืน เกี้ยพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยเธอ เขารวบรวมสมัครพรรคพวก และเหล่าอาจารย์นักปราบผีให้มาร่วมด้วยช่วยกัน จนกระทั่งหญิงสาวมองเห็นความดีในตัวเขา
ความทรงจำ...หนังผีตลกที่ถูกทำให้ดูดีด้วยเทคนิคพิเศษอันทันสมัย (ในตอนนั้น) ถึงแม้เนื้อหาโดยรวมจะดูไร้สาระ แต่การนำเสนอแบบเน้นความตลกปนสยองประกอบกับการตัดต่อที่ฉับไว ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกอกถูกใจคนดูเมื่อเข้าฉายและทำรายได้งดงาม

6 หนังไทยที่เราแนะนำไปข้างต้น ก็เปรียบเสมือนกับกล่องความทรงจำ 6 ใบ ที่พร้อมให้เปิดดูและค้นหา “ ความทรงจำ” ที่คุณเก็บซ่อนเอาไว้ ถึงแม้ความทรงจำที่คุณได้รับกลับมานั้นจะไม่มากมายอะไรนัก แต่มันก็ทำให้หนังไทยเก่าๆเหล่านี้ ได้ทำหน้าที่มากกว่าเป็นแค่ “ ภาพยนตร์”

กลับด้านบน