>> คู่มือปฏิบัติงานอาจารย์ประจำ<<

 

     

    ประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

     

    • ที่ 5/2535 เรื่องแนวปฏิบัติในการออกข้อสอบ
    • ที่ 24/2540 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดผู้สอนและสับเปลี่ยนตัวผู้สอนในวิชาต่าง ๆ
    • ที่ 102/2540 เรื่อง ตารางสอนของอาจารย์ประจำ
    • ที่ 131/2540 เรื่อง การเซ็นชื่อปฏิบัติงานของอาจารย์ประจำ
    • ที่ 131/2540 เรื่อง การคุมสอบและการปฏิบัติหน้าที่อื่นในการสอบ
    • ที่ 208/2540 เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแก้ไขเกรด
    • ที่ 23/2542 เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการสอบกลางภาค
    • ที่ 86/2542 เรื่อง การผลิตผลงานทางวิชาการของผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
    • ที่ 87/2542 เรื่อง แนวปฏิบัติการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคคลภายนอก ผู้รับทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    • ที่ 328/2542 เรื่อง แนวปฏิบัติในการประเมินผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจำ
    • ที่ 337/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์การกลับเข้าปฏิบัติงานและการปรับวุฒิการศึกษาสำหรับ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ
    • ที่ 62/2544 เรื่อง แนวปฏิบัติในการให้พนักงานไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้และ ประสบการณ์ทางวิชาการ
    • ที่ 202/2544 เรื่อง ขอให้อาจารย์สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมให้นักศึกษาในทุกรายวิชา
    • ที่ 413/2544 เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุมสอบ
    • ที่ 76/2545 เรื่อง นโยบายประกันคุณภาพการศึกษา
    • ที่ 77/2545 เรื่อง แนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    •  

    ระเบียบมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

     

    • ว่าด้วย การห้ามพนักงานประกอบธุรกิจอื่นในเวลาทำงาน พ.ศ. 2537
     

สายงาน

 

 

วิชาการ (สอน วิจัย และให้บริการทางวิชาการ)

Back


ตำแหน่งงาน

 

 

ตำแหน่งในสายงานนี้มีชื่อดังนี้

1. อาจารย์

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์

3. รองศาสตราจารย์

4. ศาสตราจารย์

Back


หน้าที่และความรับผิดชอบ

 

 

หน้าที่และความรับผิดชอบในสายงานนี้ มีดังนี้

•  ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเรียนการสอน การอบรม

•  วิจัยค้นคว้าในสาขาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง

•  ศึกษาและพัฒนาความรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง

•  ให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักศึกษา

•  ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม

•  ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และ

•  ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

Back

 

ลักษณะงานที่ปฏิบัติตามตำแหน่ง

 

 

1. อาจารย์ สอนวิชาการหรือวิชาชีพในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย เป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาทางด้านวิชาการและกิจกรรมนักศึกษา ค้นคว้า และวิจัยทางวิชาการชั้นสูง ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ สอนวิชาการหรือวิชาชีพชั้นสูงในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ควบคุม และตรวจสอบ การวิจัยค้นคว้า อันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของนักศึกษา เป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาทางด้านวิชาการและกิจกรรมนักศึกษา ค้นคว้าและวิจัยทางวิชาการชั้นสูง ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

3. ศาสตราจารย์ สอนวิชาการหรือวิชาชีพชั้นสูงในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ควบคุมและตรวจสอบการวิจัยค้นคว้าอันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของนักศึกษา เป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาทางด้านวิชาการและกิจกรรมนักศึกษา ให้คำแนะนำปรึกษาทางด้านวิชาการแก่คณาจารย์ ค้นคว้าและวิจัยทางวิชาการชั้นสูง ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

*หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาระบบบริหาร, สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, พ.ศ. 2542.

Back


หลักเกณฑ์การรับบุคคลเข้าเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติเดียวกันสำหรับทุกคณะในการรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้าเป็นอาจารย์ประจำ ให้ทุกคณะยึดแนวปฏิบัติดังนี้

1. ให้คัดเลือกบุคคลที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกเป็นอันดับแรก และ

2. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวง ก ารวิชาการ

3. ในกรณีจำเป็นต้องรับอาจารย์ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้พิจารณาผู้ที่ได้รับเกียรตินิยม

4. ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือกชุดหนึ่งที่มีคณบดีเป็นประธาน และให้มีหัวหน้ากองการบุคคลเป็นเลขานุการ

5. ในกรณีที่จะให้ค่าประสบการณ์ให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครว่าจะพิจารณาค่าประสบการณ์ให้เป็นพิเศษ ( ประสบการณ์ หมายถึง ประสบการณ์วิชาชีพ และประสบการณ์การสอน )

6. ในกรณีที่คณะมีความจำเป็นต้องรับอาจารย์ที่มีคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการอำนวยการ มหาวิทยาลัย ( กอม .) เป็นรายกรณี

Back


หลักเกณฑ์การบรรจุเข้าเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

1. การพิจารณาบรรจุบุคคลเข้าเป็นอาจารย์ประจำ อาจกระทำได้โดยการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

2. ในกรณีที่มีการสอบคัดเลือก มหาวิทยาลัยจะประกาศรับสมัครบุคคลเข้าเป็น อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษรในที่เปิดเผย โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร อาทิ ความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ และกำหนดรายละเอียดอื่น ๆ ที่จำเป็นหรือเห็นสมควร เช่น ระยะเวลารับสมัคร วันเวลาสอบคัดเลือก ฯลฯ และให้ผู้สมัครยื่นหลักฐานต่าง ๆ พร้อมใบสมัคร

3. ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือก เพื่อดำเนินการสอบคัดเลือกตามวิธีที่ระบุไว้ในประกาศ และรายงานผลการสอบรวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคนต่อ คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ( กบม .) เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนการประกาศผลสอบ

4. การบรรจุอาจารย์ประจำให้ได้รับเงินเดือนขั้นใด ระดับใด ตำแหน่งใดให้พิจารณาบรรจุตามพื้นความรู้ที่ระบุไว้ในบัญชีแสดงอัตราและระดับเงินเดือนตามวุฒิ ประกอบกับความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ และความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ กรณีการว่าจ้างพนักงานชาวต่างประเทศ ให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดอัตราค่าจ้างชาวต่างประเทศ

5. ในกรณีที่มหาวิทยาลัยต้องการรับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถหรือความชำนาญพิเศษ ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการขอบรรจุเป็นกรณีพิเศษ โดยนำเสนอข้อมูลและเหตุผลต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ( กบม .) และคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัย ( กอม .) เพื่อพิจารณาอนุมัติ

6. การบรรจุอาจารย์ประจำอาจให้ทดลองปฏิบัติงานก่อนบรรจุได้ ในกรณีที่มีการทดลองปฏิบัติงานก่อนบรรจุ ให้อธิการบดีเป็นผู้วินิจฉัยกำหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน แต่ต้องไม่เกิน 120 วัน ให้อธิการบดีกำหนดอัตราเงินเดือนที่จะทดลองปฏิบัติตามที่เห็นสมควร

Back


การกำหนดภาระงานของอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

 

ภาระงานของอาจารย์ประจำ ประกอบด้วยงานหลักดังต่อไปนี้

1. งานสอน

2. งานวิจัย และ / หรือ ผลงานวิชาการ ( รวมทั้งเผยแพร่ / นำเสนอผลงาน )

3. งานที่คณะมอบหมาย และ / หรือ เห็นชอบ

4. งานที่มหาวิทยาลัยมอบหมาย และ / หรือ เห็นชอบ

5. งานบริการวิชาการแก่สังคม

ส่วนรายละเอียดการให้น้ำหนักของงานจะกำหนดเป็นรายปี

1. งานสอน คือ งานหลักที่สำคัญ โดยมีลักษณะและแนวปฏิบัติการกำหนดภาระงานสอนดังนี้

•  ลักษณะงานสอน

•  บรรยาย

•  สอนในห้องปฏิบัติการตามตารางสอน

•  สอนแบบอภิปรายกลุ่ม

•  ควบคุมการฝึกงานหรือโครงงานของนักศึกษาตามหลักสูตร

•  สอนทบทวน

• วิชาบรรยาย

ถ้าเป็นวิชาบรรยายในสัปดาห์หนึ่งอาจารย์ต้องสอนไม่ต่ำกว่า 6 คาบ (7 ชั่วโมง 30 นาที ) และสูงสุดไม่เกินสัปดาห์ละ 9 คาบ (11 ชั่วโมง 15 นาที ) แต่ทั้งนี้จะได้รับการยกเว้นเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด เฉพาะผู้ทำงานที่มหาวิทยาลัยมอบหมายและ / หรือเห็นชอบตามข้อ 7.4 เท่านั้น

ในกรณีที่มีความจำเป็นคณะอาจกำหนดให้สอนเกินกว่า 9 คาบ แต่ไม่เกิน 12 คาบ และต้องแจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ( กบม .) เพื่อพิจารณาและขออนุมัติให้จ่ายค่าสอนในอัตราอาจารย์พิเศษ

• จำนวนวิชาที่สอน

จำนวนวิชาที่สอนในภาคปกติไม่ควรเกิน 2 วิชา และเพื่อรักษามาตรฐานและประสิทธิภาพของการสอน ถ้าให้อาจารย์สอนสัปดาห์ละ 9 คาบ ควรสอนเพียง 1 วิชาเท่านั้น ( เช่น ถ้าเป็นวิชาบังคับที่นักศึกษามีจำนวนมากและต้องแบ่งกลุ่มย่อย )

• วิชาปฏิบัติการ

ถ้าเป็นวิชาปฏิบัติการ คิดเวลาปฏิบัติการ 2 คาบ เท่ากับบรรยาย 1 คาบ

อนึ่ง การรับผิดชอบการสอนรายวิชา หมายรวมถึงการทำแผนการสอน การเตรียมการสอน การออกข้อสอบ การวัดและประเมินผล และการปรับปรุงการสอนวิชานั้น ๆ

หมายเหตุ ภาระการสอนตามแนวทางของทบวงมหาวิทยาลัย มีดังนี้

- ระดับปริญญาตรี อาจารย์ประจำ 1 คน ควรสอนทั้งภาคปกติและภาคค่ำไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ควรเกิน 3 รายวิชาต่อภาคการศึกษา ทั้งภาคปกติและภาคค่ำ

- ระดับบัณฑิตศึกษา อาจารย์ประจำ 1 คน ควรสอนในระดับบัณฑิตศึกษาไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ควรเกิน 2 รายวิชาต่อภาคการศึกษา และหากจะทำการสอนในระดับปริญญาตรีด้วย ควรทำการสอนได้ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา รวมกันไม่เกิน 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่ควรเกิน 3 รายวิชาต่อภาคการศึกษา

งานประเมินการสอน

จากนโยบายการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของผู้สอนที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด การวัดและประเมินผลจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สอนสามารถติดตาม กำกับ และตรวจสอบการเรียนรู้ของผู้เรียน และผู้บริหารสามารถประเมินคุณภาพการสอนของผู้สอน เพื่อพัฒนาคุณภาพทั้งการเรียนการสอน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับสำหรับผู้สอนอย่างเปิดเผย เพื่อการปรับปรุงพัฒนา และมีการใช้ผลการประเมินเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประกอบการพิจารณาความดีความชอบประจำปีของอาจารย์ผู้สอน การขอตำแหน่งทางวิชาการ และการต่อสัญญาจ้างอาจารย์ผู้สอน

มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้มีแบบประเมินการสอนโดยนักศึกษา จำนวน 4 แบบ คือ

•  วก .3(1) การสอนแบบบรรยาย

•  วก .3(2) การสอนแบบการบรรยาย + การปฏิบัติ / สอนแบบทบทวน

•  วก .3(3) การสอนแบบปฏิบัติการ

•  วก .3(4) การสอนแบบสัมมนา

ทั้งนี้ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของคณะวิชาที่จะต้องดำเนินการให้มีการประเมินการสอนอาจารย์ผู้สอนทุกคน ทุกวิชา และทุกภาคการศึกษาปกติ และมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไว้อย่างเป็นระบบ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย / คณะวิชา สามารถสืบค้นและตรวจสอบได้ทุกเวลา

อนึ่ง สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ( สมศ .) ได้กำหนดตัวบ่งชี้มาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษาไว้ 8 มาตรฐาน โดยระบุเรื่องการประเมินการสอนที่เป็นความเห็นของนักศึกษาต่อประสิทธิภาพการสอนของคณาจารย์ เป็นกระบวนการที่จัดอยู่ในมาตรฐานที่ 2 คือ มาตรฐานด้านการเรียนรู้ ( กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น

สำคัญ ทั้งด้านความสนใจ ความถนัด การฝึกปฏิบัติ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพได้ ) ซึ่งตัวบ่งชี้ดังกล่าวได้ถูกนำมาบันทึกไว้ในแนวปฏิบัติ ( ข้อ 7 และข้อ 8) ในการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

2. งานวิจัย และ / หรือ ผลงานวิชาการ ( รวมทั้งเผยแพร่ / นำเสนอผลงาน )

การวิจัย หมายถึง กิจกรรมอันเกี่ยวกับการศึกษาทางเอกสาร ทางการสำรวจ ทางการประดิษฐ์ ทางการทดลอง ทางการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งกิจกรรมอื่นใดที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่และความก้าวหน้าทางวิชาการ และทำให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ

งานวิจัย ได้แก่

•  งานวิจัยตามความต้องการของมหาวิทยาลัย

•  งานวิจัยส่วนบุคคลเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ในสาขาวิชา

•  วิจัยเชิงประยุกต์

ผลงานวิชาการ ได้แก่

•  เอกสารประกอบการสอน

•  เอกสารคำสอน

•  งานแต่ง เรียบเรียง แปล ตำราหรือหนังสือที่ใช้ประกอบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย

•  บทความวิชาการ

•  ผลงานวิชาการในลักษณะอื่นที่สามารถประเมินคุณค่าเทียบได้กับผลงานวิชาการตาม ข้อ 3) หรือข้อ 4)

3. งานที่คณะมอบหมาย และ / หรือ เห็นชอบ

งานที่คณะมอบหมาย และ / หรือ เห็นชอบ ได้แก่ การให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา งานในคณะที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

4. งานที่มหาวิทยาลัยมอบหมาย และ / หรือ เห็นชอบ

กรณีที่อาจารย์ประจำได้รับแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งหรือทำงานพิเศษอื่น ๆ ด้านบริหาร นอกเหนือจากภาระงานสอน ให้มีแนวปฏิบัติการกำหนดภาระงานสอนดังนี้

ตำแหน่ง
จำนวนคาบสอนสูงสุด / สัปดาห์
รองอธิการบดี
4
คณบดี
5
ผู้ช่วยอธิการบดี
5
รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดี
5
เลขานุการคณะ
5
ผู้อำนวยการหลักสูตร
5
ผู้อำนวยการสำนัก ศูนย์ หัวหน้ากอง
5
หัวหน้าสาขาวิชา*
6

* ในบางคณะที่หัวหน้าสาขาวิชาเป็นอาจารย์ตามสัญญาจ้างและมีหลักฐานแต่งตั้งจากคณะให้อาจารย์ประจำ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าสาขาวิชา คณบดีอาจพิจารณาให้อาจารย์ผู้นั้นได้ลดภาระงานสอนก็ได้

5. งานบริการวิชาการแก่สังคม

อาจารย์ประจำในฐานะนักวิชาการย่อมต้องมีกิจกรรมการให้บริการวิชาการแก่สังคมและผลงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอนและการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม อาทิ การตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย และ / หรือ ผลงานวิชาการ การเป็นวิทยากร การเป็นที่ปรึกษาโครงการ หรือการจัดฝึกอบรมให้สถาบัน / หน่วยงานต่าง ๆ ฯลฯ

ประเด็นสำคัญ ให้อาจารย์ประจำทุกคณะรายงานภาระงานที่ทำในแต่ละภาคการศึกษา และให้ทุกคณะนำภาระงานมาใช้ประกอบการพิจารณาความดีความชอบประจำปี

Back


อาจารย์ที่ปรึกษา

 

 

1. จุดมุ่งหมายของการจัดให้มีอาจารย์ที่ปรึกษา

1) เพื่อให้คำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับหลักสูตร ลักษณะรายวิชา วิธีการเลือก รายวิชา การลงทะเบียน วิธีการเรียน และการวัดผล ทั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาได้ตรงกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตน

2) เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องราวของระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้งหมดของคณะวิชาและของมหาวิทยาลัย

3) เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริการ และสวัสดิการต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยและคณะจัดให้แก่นักศึกษา

4) เพื่อให้เป็นที่พึ่งของนักศึกษาสำหรับรับฟังปัญหาและช่วยเหลือให้นักศึกษาสามารถแก้ปัญหา ทั้งที่เป็นปัญหาทางการเรียนและปัญหาส่วนตัวได้

5) เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจดีต่อกันระหว่างนักศึกษากับนักศึกษา นักศึกษากับอาจารย์ และนักศึกษากับมหาวิทยาลัย

2. จรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา

อาจารย์ที่ปรึกษาควรยึดมั่นในจรรยาบรรณ ดังนี้คือ

1) อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักศึกษา โดยจะไม่กระทำการใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายแก่นักศึกษาอย่างไม่เป็นธรรม

2) อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องรักษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของนักศึกษาในความดูแล ไว้เป็นความลับ ในกรณีที่อาจารย์ที่ปรึกษาต้องการปรึกษากับเพื่อนร่วมงานเพื่อหาทางช่วย นักศึกษาในความดูแล จะต้องปกปิดหลักฐานแสดงตัวนักศึกษานั้น เช่น ชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ ชื่อบิดามารดา

3) ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาต้องการนำข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษาในความดูแลไปเผยแพร่ เช่น นำไปยกตัวอย่างประกอบการอบรมอาจารย์ที่ปรึกษา หรือนำไปประกอบการเขียนบทความ จะต้องตัดหลักฐานแสดงตัวนักศึกษาผู้นั้นออก

4) ถ้าปัญหานักศึกษาอยู่นอกขอบข่ายความช่วยเหลือของอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาควรจะส่งตัวนักศึกษาผู้นั้นไปรับบริการจากบุคลากรอื่น เช่น อาจารย์แนะแนว แพทย์ จิตแพทย์ นักกฎหมาย เสียก่อน แต่ก่อนจะส่งตัวนักศึกษาไปต้องให้เจ้าตัวยินยอม และชี้แจงให้นักศึกษาผู้นั้นทราบข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่บุคลากรเหล่านั้นพอจะช่วยเขาได้

5) ในกระบวนการให้คำปรึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์บุคคลหรือสถาบันใด ให้นักศึกษาฟังในทางก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือความแตกร้าวแก่บุคคลหรือสถาบันนั้น ๆ

6) อาจารย์ที่ปรึกษาต้องเป็นผู้มีความประพฤติที่เหมาะสมตามขอบข่าย ศีลธรรมจรรยาที่ดีงาม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักศึกษา

3. หน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา

1) ด้านวิชาการ

•  ให้คำปรึกษาแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรและการเลือกวิชาเรียน

•  ให้คำปรึกษาแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับการลงทะเบียนวิชาเรียน

•  ควบคุมการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ

•  ให้คำปรึกษานักศึกษาเพื่อเลือกวิชาเอก - โท และการวางแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์

•  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเรียน การค้นคว้า และติดตามผลการเรียนของนักศึกษาอย่างสม่ำเสมอ

•  ยับยั้งการลงทะเบียนเรียนบางวิชาของนักศึกษาเมื่อพิจารณาเห็นว่าการลงทะเบียนเรียนวิชานั้น ๆ ไม่เหมาะสมหรือก่อให้เกิดผลเสียแก่นักศึกษา

•  ให้คำปรึกษาแนะนำตักเตือน เมื่อผลการเรียนของนักศึกษาไม่เป็นที่น่าพอใจ

•  ให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือนักศึกษาเพื่อการแก้ไขอุปสรรคปัญหาในการเรียนวิชาต่าง ๆ

•  ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคิดค่าคะแนนระดับเฉลี่ยของนักศึกษา

•  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาต่อในระดับสูง

2) ด้านบริการและพัฒนานักศึกษา

•  ให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับและบริการต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยและชุมชน

•  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว ได้แก่ ปัญหาสุขภาพอนามัย ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต

•  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับปัญหาสังคม ได้แก่ ปัญหาการปรับตัวในสังคมทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ปัญหาการคบเพื่อน

•  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลิกภาพ ความประพฤติและจริยธรรม

•  ให้คำปรึกษาแนะ นำ เกี่ยวกับปัญหาด้านอาชีพ ได้แก่ การให้ข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ เช่น ลักษณะของงาน สภาพแวดล้อมของงาน ความก้าวหน้า แนวโน้มของตลาดแรงงาน ตลอดจนจรรยาบรรณของวิชาชีพที่นักศึกษากำลังศึกษาอยู่

•  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา

3) ด้านอื่น ๆ

•  ให้พิจารณาคำร้องต่าง ๆ ของนักศึกษา และดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ

•  ประสานงานกับอาจารย์ผู้สอนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกิจกรรมและสวัสดิการนักศึกษา และกองบริการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์เพื่อการช่วยเหลือและเพื่อประโยชน์ของนักศึกษา

•  กำหนดเวลาให้นักศึกษาเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาแนะนำอย่างสม่ำเสมอ

•  เก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับนักศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อใช้กับระเบียนสะสมของนักศึกษา

•  สร้างสัมพันธภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างนักศึกษา อาจารย์ คณะ และมหาวิทยาลัย

•  ให้คำรับรองนักศึกษาภายหลังเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้ว

•  ป้อนข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) มายังผู้บริหารเพื่อทราบเกี่ยวกับเรื่องการเรียนและปัญหาต่าง ๆ ของนักศึกษา

•  ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการของคณะ

•  ในกรณีที่นักศึกษาแต่งกายไม่เรียบร้อยหรือมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องว่ากล่าวตักเตือนนักศึกษา หากนักศึกษาขัดขืนหรือไม่เชื่อฟังให้รายงานให้กองวินัยนักศึกษาพิจารณาดำเนินการต่อไป

•  ชี้แจงให้นักศึกษาเข้าใจหน้าที่ของนักศึกษาต่ออาจารย์ที่ปรึกษา

4. ข้อปฏิบัติของอาจารย์ที่ปรึกษา

•  ข้อปฏิบัติโดยทั่วไป

เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วให้ปฏิบัติดังนี้

1) ศึกษารายละเอียดในแฟ้มอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อให้ทราบกฎระเบียบ บริการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย วิธีดำเนินการข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อให้มีความพร้อมในการให้คำปรึกษาแนะนำนักศึกษา

2) นัดพบนักศึกษาในความดูแล นัดพบครั้งแรกก่อนลงทะเบียนเรียน ซึ่งอาจเป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ก็ได้ ควรเรียกพบนักศึกษาทั้งหมด เพื่อแนะนำชี้แจงเกี่ยวกับหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาและหน้าที่ของนักศึกษา ระเบียบข้อบังคับ บริการ ลักษณะของหลักสูตร การเลือกวิชาเรียน วิธีการลงทะเบียน แจ้งให้นักศึกษาทราบเกี่ยวกับตารางเวลาที่อาจารย์ที่ปรึกษาจัดไว้ให้นักศึกษาเข้าพบประจำสัปดาห์ แจ้งให้นักศึกษาทราบเกี่ยวกับการนัดพบนักศึกษาในความดูแลรับผิดชอบทั้งหมดหลังสอบกลางภาค ซึ่งเป็นการนัดพบเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำเป็นกลุ่มเกี่ยวกับปัญหาการเรียน การทำกิจกรรมนักศึกษา การคบเพื่อน และปัญหาด้านอื่น ๆ ต้องติดตารางเวลานัดพบไว้ที่ทำงานเพื่อให้นักศึกษาเข้าพบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ต้องประจำที่ทำงานในเวลานัดพบนักศึกษา ให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่นักศึกษาในโครงการพิเศษหรือผู้ที่สุขภาพจิตไม่ดี เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำนักศึกษาให้ขอคำแนะนำจากกองบริการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ และขอให้สนใจติดตามข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่นจากกองกิจกรรมและสวัสดิการนักศึกษา เพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้ในการให้ คำปรึกษาแนะนำนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาต้องสนใจติดตามข่าวสังคมและการเมืองเพื่อให้เป็นผู้ที่ทันต่ เหตุการณ์ ทันสมัยอยู่เสมอ การปฏิบัติตามจรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา และสนใจที่จะพัฒนาตนเองทั้งในด้านเทคนิค การให้คำปรึกษาและคุณสมบัติด้านอื่น เพื่อให้มีลักษณะของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดีทั้ง 12 ประการ คือ

•  มีมนุษยสัมพันธ์ดี

•  มีความรับผิดชอบดี

•  ใจกว้างและรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา

•  มีความรู้กว้างขวางและทันเหตุการณ์ด้านเศรษฐกิจสังคม และการเมือง

•  มีความจริงใจและเห็นใจผู้อื่น

•  มีเหตุผลและมีความสามารถในการแก้ปัญหา

•  มีความเมตตากรุณา

•  ไวต่อการรับรู้และสามารถเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็ว

•  มีหลักจิตวิทยาในการให้คำปรึกษา

•  มีความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้

•  รู้บทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอย่างดี

•  สร้างเสริมประสบการณ์ในหน้าที่งานอาจารย์ที่ปรึกษา

•  ข้อปฏิบัติในกรณีเฉพาะ

1) การลงทะเบียน

อาจารย์ที่ปรึกษาควรนัดนักศึกษาในความดูแลของตนมาพบก่อนลงทะเบียนเพื่อปรึกษาหารือให้คำแนะนำและชี้แจงเกี่ยวกับการลงทะเบียน อาจารย์ที่ปรึกษาต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในวันลงทะเบียนโดยกำหนดเวลาและสถานที่แน่นอนให้นักศึกษาทราบและติดต่อได้ ในกรณีที่ อาจารย์ที่ปรึกษาไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ในวันลงทะเบียน อาจารย์ที่ปรึกษาต้องแจ้งให้หัวหน้าสาขาทราบและระบุว่า จะให้อาจารย์ท่านใด เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน โดยมีการมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ทำหน้าที่แทนที่ควรเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ในสาขาวิชาเดียวกัน และแจ้งให้นักศึกษาในความดูแลของตนทราบ ซึ่งการแจ้งให้หัวหน้าสาขาวิชาและนักศึกษาทราบนี้ต้องแจ้ง ก่อนวันลงทะเบียน อาจารย์ที่ปรึกษาต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการลงทะเบียนตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ก่อนลงชื่อในใบลงทะเบียน อาจารย์ที่ปรึกษาต้องตรวจสอบความถูกต้องของรหัสวิชา ชื่อวิชา หมวดวิชา จำนวนหน่วยกิตในใบลงทะเบียนของนักศึกษา และตารางเวลาเรียน อาจารย์ที่ปรึกษาต้องตรวจสอบจำนวนหน่วยกิตรวมให้ ถูกต้องตามระเบียบมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่าด้วยการศึกษาระบบหน่วยกิต

2) การเพิ่มเติม - เพิกถอนรายวิชา

อาจารย์ที่ปรึกษาควรถามถึงสาเหตุของการเพิ่มเติมหรือเพิกถอนวิชานั้นๆ ก่อนการลงชื่อในใบลงทะเบียน และต้องตรวจสอบว่าการเพิ่มเติม เพิกถอนรายวิชานั้นถูกต้องตามระเบียบมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่าด้วยการศึกษาระบบหน่วยกิตฯ หรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องตามระเบียบ ดังกล่าว ให้นักศึกษาผู้นั้นยื่นคำร้องผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาต่อคณบดี

3) ทุนการศึกษา

อาจารย์ที่ปรึกษาควรสอบถามความต้องการของนักศึกษาว่ามีความต้องการทุนการศึกษาหรือไม่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความจำเป็น ที่จะต้องให้การช่วยเหลือด้านทุน - การศึกษาเป็นกรณีพิเศษและบันทึกข้อมูลเหล่านั้นไว้เพื่อให้สามารถใช้ได้ทันท่วงที พิจารณาคัดเลือก จัดอันดับนักศึกษาที่สมควรได้รับทุนการศึกษาไว้เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับการเสนอชื่อนักศึกษาเพื่อขอรับทุนอุดหนุนการศึกษา บันทึกแจ้งความจำเป็นและข้อมูลประกอบเกี่ยวกับความต้องการทุนการศึกษาของนักศึกษาให้ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับทุนการศึกษาทราบ ( รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องทุนการศึกษาติดต่อที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา )

4) การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมให้นักศึกษาในทุกรายวิชา

ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2545 ได้บัญญัติสาระแนวทางปฏิรูปการศึกษาไทยในหมวดความมุ่งหมายและหลักการ ( หมวด 1) แนวทางจัดการศึกษา ( หมวด 4) ว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ( มาตรา 6) การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการ จัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ( มาตรา 22) การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญ ทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ ( มาตรา 23) โดยให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ( มาตรา 26)

จากสาระแนวทางปฏิรูปการศึกษาไทยดังกล่าว การบรรลุผลตามจุด มุ่งหมายของการจัดการศึกษา จำเป็นจะต้องสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ ของการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของผู้สอนที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ

อนึ่ง ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัย ได้ดำเนินโครงการนำร่อง “ การทดลองสร้างรูปแบบเพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ” และคัดเลือก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นสถาบันหนึ่งเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวนั้น มหาวิทยาลัยได้จัดทำโครงการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ ทบวงมหาวิทยาลัย จำนวน 9 โครงการ หนึ่งในโครงการเหล่านั้นคือ การให้ผู้สอนสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมในทุกรายวิชาประมาณ 10 นาที ก่อนเลิกเรียนทุกคาบ โดยให้ดำเนินการตลอดทั้งปีการศึกษา ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้ตั้งคำถามเรื่องการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ไว้เป็นข้อหนึ่งในแบบประเมินการสอนโดยนักศึกษาที่ผู้เรียนต้องประเมินผู้สอนด้วย

ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทยในโครงการนี้บรรลุผลดังกล่าวข้างต้น มหาวิทยาลัยจึงขอความร่วมมือจากอาจารย์ทุกท่าน ได้ช่วยกันอบรมสั่งสอนเพื่อสร้างคุณธรรม จริยธรรมให้นักศึกษา และพร้อมกันนี้ขอให้นักศึกษาเห็นความสำคัญ ในการที่จะเป็นผู้เรียนรู้ ที่ดีด้วยการรับการสั่งสอนจากอาจารย์ด้วยความตั้งใจ และนำไปประพฤติปฏิบัติด้วย

5) ปัญหาของนักศึกษา

เมื่อนักศึกษามีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกอาชีพ หรือการเลือกสาขาวิชาเอกหรือปัญหาด้านส่วนตัวที่ลึกซึ้ง อาจารย์ที่ปรึกษาควร ให้ข้อมูลโดยทั่วๆ ไปเกี่ยวกับอาชีพหรือสาขาวิชาเอกนั้นๆ อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ควรแนะนำหรือตัดสินใจให้นักศึกษา การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวมีความลึกซึ้งมาก ควรให้ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนทางด้านการให้คำปรึกษา (counseling) มาโดยตรงจึงควรแนะนำให้นักศึกษาไปใช้บริการที่กองบริการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เมื่อนักศึกษามีปัญหาด้านส่วนตัวมาก และมีอาการที่แสดงถึงการไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อาจารย์ที่ปรึกษาควรส่ง นักศึกษาต่อไปยังคลีนิคจิตวิทยา ซึ่งมีนักจิตวิทยาที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท คอยประจำให้การช่วยเหลืออยู่และควรติดตามผู้ปกครองนักศึกษา ให้นำนักศึกษาไปทำการรักษา

5. ข้อมูลที่สำคัญสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษา

•  ข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษาของนักศึกษา

•  ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

•  ข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่มหาวิทยาลัยให้แก่นักศึกษา

•  ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย

•  ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ในสาขาวิชาที่อาจารย์สอน

Back


หน้าที่อื่น ๆ ของอาจารย์ที่ได้รับมอบหมาย

 

 

อาจารย์อาจจะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานนอกเหนือจากงานสอน และอาจารย์ที่ปรึกษาตามความเหมาะสม ขอบเขตของงานประกอบด้วย

1) ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขาวิชา และเลขานุการคณะ

2) เป็นกรรมการต่างๆ ของคณะหรือของมหาวิทยาลัย

3) เป็นอาจารย์ปกครองของคณะฯ

4) เป็นที่ปรึกษาชมรมต่างๆ ของนักศึกษา

5) เป็นตัวแทนของคณะเข้าร่วมประชุมทางวิชาการกับสถาบันอื่นๆ

6) เข้าร่วมการประชุมที่คณะจัดขึ้น

7) จัดและดำเนินงานโครงการพิเศษตามที่คณะมอบหมาย

8) จัดตารางสอนของคณะ

9) จัดเก็บเอกสารของคณะและของมหาวิทยาลัย

10) งานประกันคุณภาพการศึกษา

11) ออกหนังสือรับรองให้แก่นักศึกษา

12) ปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

Back


หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการออกข้อสอบ การส่งข้อสอบ การควบคุมห้องสอบ การส่งผลการสอบ และการประกาศผลสอบ

 

 

1. แนวปฏิบัติในการออกข้อสอบ

เพื่อให้การออกข้อสอบวิชาเดียวกันที่เปิดสอนต่างคณะหรือเปิดสอนในภาคปกติและภาคค่ำของมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 44/2534 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 จึงได้วางแนวปฏิบัติในการออกข้อสอบไว้ ดังนี้

1) ข้อสอบที่ใช้ในภาคปกติและภาคค่ำจะต้องเป็นคนละชุด

2) ข้อสอบที่ใช้สอบต่างคณะจะต้องเป็นคนละชุด

3) ข้อสอบที่ใช้สอบในวันและเวลาเดียวกันให้ใช้ข้อสอบชุดเดียวกันได้

4) ข้อสอบที่ใช้สอบนักศึกษาภาคปกติและภาคค่ำที่เรียนร่วมกันและจัดสอบรวมกันให้ใช้ข้อสอบชุดเดียวกันได้

5) ข้อสอบที่ใช้สอบนักศึกษาภาคปกติและภาคค่ำ จำนวนรวมกันไม่เกิน 30 คน ที่จัดสอบรวมกัน ให้ใช้ข้อสอบชุดเดียวกันได้ และในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองทางวิชาการ ครั้งที่ 1/2545 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2545 ได้วางแนวปฏิบัติในการออกข้อสอบที่เป็นปรนัย ต้องออกข้อสอบเป็น 2 ชุด

2. การส่งต้นฉบับข้อสอบ

มหาวิทยาลัยฯ ได้กำหนดให้อาจารย์จัดส่งต้นฉบับข้อสอบ ดังนี้

1) ในกรณีที่อาจารย์ส่งต้นแบบที่จัดพิมพ์เรียบร้อยพร้อมที่จะส่งโรเนียวได้ ให้อาจารย์ส่งต้นฉบับดังกล่าวแก่เลขานุการคณะล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนวันสอบ

2) ในกรณีที่อาจารย์ประสงค์จะให้อนุกรรมการฝ่ายพิมพ์ข้อสอบเป็นผู้จัดพิมพ์ ให้อาจารย์ส่งต้นฉบับดังกล่าวแก่เลขานุการคณะล่วงหน้า 3 สัปดาห์ก่อนวันสอบ โดยอาจารย์จะต้องเขียนต้นฉบับด้วยปากกาตัวบรรจง

3) อาจารย์จะต้องไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อสอบตามวันและเวลาที่มหาวิทยาลัยฯ กำหนดไว้

3. แนวปฏิบัติในการควบคุมห้องสอบ

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของอนุกรรมการควบคุมห้องสอบดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการกลั่นกรองทางวิชาการ ในการประชุมครั้งที่ 12/2544 วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2544 จึงมีมติให้กำหนดแนวปฏิบัติในการคุมสอบของอนุกรรมการควบคุมห้องสอบ โดยยกเลิกแนวปฏิบัติในการคุมสอบ ฉบับลงวันที่ 16 ธันวาคม 2543 และให้ใช้ประกาศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ 413/2544 ดังรายละเอียดต่อไปนี้

•  การรับข้อสอบ ให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบไปรับ และ / หรือรอรับข้อสอบก่อนเวลาประมาณ 20 นาที โดยแสดงบัตรประจำตัวพนักงานด้วย

3.1) สถานี 1 ( อาคาร 1, 2, 3, 10 และหอประชุมฯ ) ขอให้รอรับข้อสอบที่ห้องสอบ

3.2) สถานี 2 ( อาคาร 5 และ 11) ขอให้ไปรับข้อสอบที่อาคาร 5 ชั้น 1 ( หน้าห้องเขียนแบบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ )

3.3) สถานี 3 ( อาคาร 7 และ 9) ขอให้ไปรับข้อสอบที่อาคาร 7 ชั้น 1 ( หน้าห้องสมาคมศิษย์เก่า )

3.4) การลงชื่อในหลักฐานการมาควบคุมห้องสอบ ขอให้ลงชื่อในแฟ้มที่เจ้าหน้าที่กองการเงินจะนำขึ้นไปที่ห้องสอบ

3.5) เมื่อถึงเวลาสอบหากห้องสอบใดมีอนุกรรมการควบคุมห้องสอบไม่ครบให้ถือว่าอนุกรรมการควบคุมห้องสอบคนที่ขาดไปแล้วนั้นไม่มาปฏิบัติงาน ตามที่ได้รับมอบหมาย ขอให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบดังกล่าวที่มาปฏิบัติงานแจ้งกองทะเบียนและประมวลผลโดยทันที เพื่อจัดส่งอนุกรรมการคุมสอบให้มา ปฏิบัติงานทดแทนภายใน 15 นาที

3.6) การลงชื่อเข้าสอบของนักศึกษา ขอให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบนำกระดาษรายชื่อนักศึกษาให้นักศึกษาลงชื่อเข้าสอบไว้เป็นหลักฐาน หากขาดสอบให้บันทึก “ ขาดสอบ ” หรือ “ ขส ” ลงในช่องรายชื่อนักศึกษาที่ขาดสอบ

3.7) การตรวจบัตรประจำตัวนักศึกษา ให้ตรวจบัตรประจำตัวนักศึกษาที่เข้าสอบทุกครั้ง หากนักศึกษาคนใดไม่นำบัตรประจำตัวนักศึกษามา ให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบส่ง นักศึกษามาทำบัตรแทนที่กองทะเบียนและประมวลผล พร้อมกับชำระเงินค่าทำบัตรแทนที่กองการเงิน และให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบเก็บบัตรแทนนี้ใส่ไว้ในซองรายชื่อนักศึกษาเข้าสอบ เพื่อส่งคืนกองทะเบียนและประมวลผล

3.8) การรายงานข้อขัดข้องในห้องสอบ

  • ในกรณีที่จำนวนกระดาษคำตอบ และ / หรือข้อสอบไม่พอ ให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบบันทึกข้อความมอบให้นักการประจำห้องสอบ นำไปแจ้งที่ห้องผลิตข้อสอบ ห้องประชุม 4 ฝ่ายวิชาการ อาคาร 10 ชั้น 5 โทร .6893
  • ในกรณีที่นักศึกษาไม่มีที่นั่งสอบ และ / หรือไม่มีชื่อในใบเซ็นชื่อ ให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบส่งนักศึกษามาทำใบส่งตัวเข้าห้องสอบที่กองทะเบียนและประมวลผล อาคาร 1 ชั้นล่าง เพื่อตรวจสอบว่านักศึกษามีสิทธิเข้าสอบหรือไม่
  • ในกรณีที่นักศึกษามาสอบช้าเกินกว่า 30 นาที แต่ไม่เกิน 60 นาที ให้อนุกรรมการควบคุมห้องสอบติดต่อกองทะเบียนและประมวลผลก่อนที่จะอนุญาตให้นักศึกษาเข้าห้องสอบเพื่อพิจารณาตัดสินว่าอนุญาตให้เข้าห้องสอบได้หรือไม่ และห้ามนักศึกษาออกจากห้องสอบก่อน 60 นาที นับจากเวลาเริ่มสอบ
  • การจับทุจริตในห้องสอบ ในกรณีที่นักศึกษาทุจริตให้รีบทำบันทึกแจ้งถึงประธานกรรมการอำนวยการสอบผ่านเลขานุการบริการการสอบ โดยให้นักศึกษาที่ทุจริตลงชื่อรับทราบ และอนุกรรมการควบคุมห้องสอบที่อยู่ห้องเดียวกันลงชื่อร่วมกัน แล้วนำบันทึกดังกล่าวส่ง กองทะเบียนและประมวลผล พร้อมสมุดคำตอบ และเอกสารทุจริตของนักศึกษา
  • การเก็บรวบรวมสมุดคำตอบ และ / หรือกระดาษคำตอบ ให้จัดเรียงตามลำดับเลขทะเบียนนักศึกษา นับให้ครบจำนวนผู้เข้าสอบก่อนบรรจุในซองที่เตรียมไว้ให้พร้อมบันทึก รายละเอียดการเข้าสอบที่หน้าซองให้ชัดเจน และตรงจำนวนที่แท้จริง สำหรับกระดาษคำถามในราย - วิชาที่ต้องเก็บคืน ให้ตรวจนับให้ตรงตามจำนวนที่ระบุไว้หน้าซองบรรจุข้อสอบ
  • การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ อนุกรรมการควบคุมห้องสอบจะต้องตรงต่อเวลาและจะต้องอยู่ในห้องสอบ และไม่ควรทำกิจกรรมอื่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ควบคุมห้องสอบ ในกรณีที่จำเป็นต้องออกไปทำธุระส่วนตัวไม่ควรไปนานเกินควร โดยขอให้แจ้งอนุกรรมการควบคุมห้องสอบเดียวกันทราบ
  • ระหว่างการสอบจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาเข้าห้องน้ำ ยกเว้นเหตุสุดวิสัย
  • โปรดประกาศให้นักศึกษานำกระเป๋าถือ ( กระเป๋าใส่เงิน และทรัพย์สินมีค่า ) เข้าห้องสอบได้ โดยให้เก็บไว้ที่ใต้ที่นั่งสอบให้เรียบร้อย
  • โปรดประกาศให้นักศึกษาปฏิบัติดังนี้คือ เมื่อสอบเสร็จแล้ว ห้ามนั่งรออยู่หน้าห้องสอบ ให้ออกไปนอกบริเวณหน้าห้องสอบทันที เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิผู้สอบอื่น
  • โปรดประกาศเตือนนักศึกษา ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารอีเล็กทรอนิกส์ และเอกสารใดๆ เข้าห้องสอบโดยมิได้รับอนุญาต นักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนจะถือว่าทุจริตในการสอบ

4. แนวปฏิบัติในการตรวจข้อสอบและส่งผลการสอบ

เพื่อให้การวางแผนการศึกษาของนักศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีคุณภาพ และเพื่อภาพพจน์และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2543 ได้มีมติกำหนดแนวปฏิบัติในการตรวจข้อสอบและส่งผลการสอบให้อาจารย์ทุกท่านถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1) มหาวิทยาลัยกำหนดให้มีระยะเวลาในการตรวจข้อสอบ จำนวน 10 วันทำการ นับจากวันสุดท้ายของการสอบปลายภาค โดยทุกคณะฯ จะต้องงดทำกิจกรรมอื่นทุกประเภทในช่วงเวลา ดังกล่าว ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย

2) มหาวิทยาลัยกำหนดให้อาจารย์ทุกท่านส่งคะแนนที่เป็นผลการสอบของนักศึกษา ( ระดับคะแนน A หรือ B+ หรือ B หรือ C+ หรือ C หรือ D+ หรือ D หรือ F) ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดเรียน และให้ทุกคณะดำเนินการประชุมคณะกรรมการกำกับมาตรฐาน หรือคณะกรรมการสอบไล่ - ภายนอก หรือคณะกรรมการที่คณะ / มหาวิทยาลัยแต่งตั้งให้กำกับดูแลผลการสอบให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์แรกหลังเปิดเรียน ทั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาได้ทราบผลการสอบก่อนกำหนดการการเพิกถอน เพิ่มเติม และสับเปลี่ยนรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษา

3) หากอาจารย์ท่านใดไม่สามารถส่งคะแนนที่เป็นผลการสอบของนักศึกษาได้ทันตามกำหนดในข้อ 2 ให้คณบดีทุกคณะถือเป็นแนวปฏิบัติ ดังนี้

  • ถ้าอาจารย์ท่านใดส่งคะแนนที่เป็นผลการสอบของนักศึกษาไม่ทันเป็นครั้งแรก ให้คณบดีภาคทัณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษร หากสอนเป็นทีมและเกิดความล่าช้าทั้งทีม ให้ภาคทัณฑ์ทั้งทีม หรือหากอาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งในทีมทำให้เกิดความล่าช้า ให้ภาคทัณฑ์เฉพาะอาจารย์ท่านนั้น
  • ถ้าอาจารย์ท่านใดส่งคะแนนที่เป็นผลการสอบของนักศึกษาไม่ทันเป็นครั้งที่ 2 การกระทำดังกล่าวจะมีผลต่อการพิจารณาความดีความชอบประจำปี ให้คณบดีภาคทัณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษรซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในลักษณะเดียวกันกับ ข้อ 3.1
  • ถ้าอาจารย์พิเศษส่งคะแนนที่เป็นผลการสอบของนักศึกษาไม่ทันให้คณะกรรมการประจำคณะฯ ใช้ดุลยพินิจ และวิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนในการเชิญสอนครั้งต่อไป

Back

 


ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
126 /1 ถ.วิภาดีรังสิต  แขวงดินแดง  เขตดินแดง
กรุงเทพมหานคร  10400
โทรศัพท์  02 697-6896-9   โทรสาร  02 276-5160

Update on August 4, 2005